ราคาที่ต้องจ่าย

การได้อวดว่าตัวเอง “ซื้อของได้ถูกกว่า” คนอื่น
อาจจะเป็นความสุขของใครหลายคน

นึกถึงเวลาไปทัวร์เมืองจีน ใครอดกลั้น “ความอยากที่จะซื้อ” ได้นานที่สุด มักจะเป็นคนได้ซื้อของถูกที่สุดเสมอ

เมื่อหลายปีก่อน ในกลุ่มเพื่อนผมก็ชอบมาอวดกันว่า
ซื้อมือถือได้ถูกกว่าคนอื่น 500-1000บาท ในรุ่นเดียวกัน

ผมเคยตั้งคำถามอยู่เหมือนกันว่า

ถ้าของเหมือนกันทุกอย่าง แล้วทำไมร้านที่ขายแพงกว่าถึงยังขายอยู่ได้ และก็ยังมีคนซื้ออยู่เรื่อยๆ?

ตอนหลังก็ได้มารู้ว่า ร้านที่ขายถูกกว่า บางทีก็ไม่รับประกัน บางทีก็ให้อุปกรณ์เสริมไม่แท้มา บางทีก็เป็นเครื่องมือสองมา Modify ใหม่

และก็ได้รู้หลักความจริงว่า เรามักจะได้มูลค่าตามสิ่งที่เราจ่ายเสมอ

ไม่ใช่เรื่องผิดหากเราชอบของที่ถูกกว่าคนอื่น แต่ต้องยอมรับในผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นภายหลังด้วย

มีชายคนนึง อยากได้เครื่องปรับอากาศ
ก็เริ่มไปจดชื่อรุ่น ชื่อยี่ห้อจากห้าง
โทรเช็คร้านแอร์แทบทุกร้านในจังหวัด
ทั้งเช็คราคาแอร์อย่างเดียว และรวมค่าติดตั้ง
ซึ่งก็ได้ราคาประเมินไม่ต่างกันมาก
แต่ทุกร้านก็บอกว่า “ราคาจริงต้องดูจากหน้างาน”
สุดท้ายก็ไปได้เจอ ช่างแอร์อิสระ คนหนึ่ง
ซึ่งช่างคนสามารถคอนเฟิร์มได้เลยว่า “ถูกกว่าที่อื่น 50%”
โดยที่ไม่ต้องดูหน้างาน

จากนั้นก็เริ่มหาราคาที่ถูกที่สุดจากเว็บ eCommerce เจ้าใหญ่ 2 ในไทย
ปรากฎว่าได้ราคาแอร์ถูกกว่าที่อื่นถึง 1,000 บาท

พอแอร์ส่งมาถึงบ้าน ก็นัด “ช่างราคาถูก” มาติดตั้ง แอร์เย็นได้สองวัน ก็เริ่มผิดปกติ

ก็เลยโทรตาม “ช่างราคาถูก” มาแก้ไข ปรากฏว่า
ช่างคนนี้ไม่ได้รับประกัน เพราะส่งมอบงานแล้วก็จบกัน

พอรู้ตัวว่าพลาดแล้ว ก็เลยไปเรียกร้านแอร์ในจังหวัดมาดู ถึงได้รู้ว่า ช่างเจ้าแรกติดตั้งได้แบบชุ่ยมาก สรุปเลยต้องเสียค่าติดตั้งใหม่หมด แถมมีอะไหล่บางตัวพัง  ต้องสั่ง claim แต่ร้านแอร์ที่ขายบนเว็บ eCommerce รายใหญ่บอกว่า ราคาถูกเพราะไม่ได้รวมประกัน หากจะ claim ก็ช่วยได้แต่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 1500 บาท

สรุปรวมความแล้ว กลายเป็นว่าต้องจ่ายแพงกว่าที่ควรจะเป็น ถึง 5,000 บาท

เรื่องแบบนี้คงไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย ตราบใดที่ยังมีคนอยากดูฉลาดกว่าคนอื่น อยากได้ของถูกกว่าคนอื่น และ เอา ราคาเป็นเงื่อนไขหลัก ในการซื้อสินค้าหรือบริการ

จะว่าไป มีอยู่ประโยคนึง ตอนผมเป็นเด็ก ฟังแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจ แต่พอโตมามีตัวอย่างให้ดูเพียบเลย นั่นก็คือ

“เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย”