ความสำคัญของ Return on Invested Capital (ROIC)

สมมุติว่าเราเปิดบัญชีออมทรัพย์ 100 บาท
เมื่อผ่านไป 12 เดือน
ได้ดอกเบี้ยมา 5 บาท
มูลค่าของเงินในบัญชีออมทรัพย์ เท่ากับ 105 บาท

ในส่วน 5 บาทที่ได้มาจากดอกเบี้ย คิดเป็น 5% จากเงินต้น

เราเรียกส่วน 5% ที่เพิ่มขึ้นมานี้ว่า Return on invested capital (ROIC) หรืออัตราส่วนผลตอบแทนจากการลงทุน

แปลความหมายได้ว่า เราจะได้ผลตอบแทน 5 สตางค์จากทุกๆ 1 บาทที่เราลงทุน

เมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนในหุ้น

เราสามารถตรวจสอบว่าทีมบริหารของบริษัทสามารถนำเงินลงทุนของเราไปใช้ในธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ ผ่านอัตราส่วนผลตอบแทนจากการลงทุน (ROIC) 

ค่า ROIC สามารถคำนวณได้จากสูตรตามนี้

NOPAT = Net operating Profit after Tax (กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี)

การลงทุนในบริษัทที่เติบโต บริษัทนั้นๆ ควรจะมี ROIC ที่เติบโตขึ้นทุกปี หรือสามารถ Maintain ตัวเลขได้ในปีที่เศรษฐกิจชลอตัว

จากนั้นก็นำตัวเลข ROIC มาเปรียบเทียบกันระหว่างบริษัท ทั้งในอุตสาหกรรมเดียวกัน และต่างอุตสาหกรรม เราก็จะรู้ได้ทันทีว่าบริษัทไหน มีความน่าสนใจที่เราจะลงทุน ทั้งนี้ ROIC ของบริษัทที่เราจะลงทุนไม่ควรจะต่ำกว่า 10%