อิสรภาพทางการเงิน

เราทุกคนต่างรู้ว่าเงินเป็นเรื่องสำคัญ

แต่…

เราไม่เคยถูกสอนเรื่องวิธีการบริหารจัดการเงินในโรงเรียน

เราไม่เคยถูกสอนว่า การมีอิสระภาพทางการเงิน และการเกษียณตัวเองได้ตั้งแต่ตอนอายุ 30,40 ปีเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ และเป็นทางเลือกนึงของชีวิต

เราทุกคนถูกสอนว่าเรียนให้ดี เข้ามหาลัยที่มีชื่อเสียง จบมาหางานทำให้ได้ ทำงานไปจนถึงอายุ 60 เกษียณและไปใช้ชีวิต

บล็อกที่มีชื่อว่า Mr. Money Mustache ได้นำเสนอไอเดีย วิธีการที่จะมีอิสรภาพทางการเงิน และเกษียณได้ไวขึ้น ด้วยการเรียนรู้ เข้าใจตัวเองว่า ที่จริงแล้วชีวิตเราไม่ได้ต้องการสิ่งของอะไรมากมาย สิ่งที่มีค่าที่สุดก็คือ “เวลา” ต่างหาก

เราต้องหลีกเลี่ยงการที่จะไปติดกับดัก วิถีบริโภคนิยม และทำงานเก็บเงิน ให้ได้ มากกว่า 50% ของรายได้ที่หาได้

นำเงินที่ได้ไปลงทุนให้ได้ผลตอบแทนที่พอประมาณ(ในกรณีของ Mr. MoneyMustache คือ ลงทุนใน Index fund)

ซึ่งเมื่อทำแบบนี้ติดต่อกัน 10-15 ปี รายได้ จากเงินปันผล จะครอบคลุม ค่าใช้จ่ายขั้นพื้นฐานที่เราจำเป็นต้องใช้ในแต่ละเดือน เราก็จะสามารถมีอิสรภาพทางการเงิน และ Retire Early ได้

การมีอิสรภาพทางการเงิน ไม่ใช่การนั่งๆ นอนๆ ไม่ทำอะไร แต่คือการทำงานโดยปราศจากการมีเงินเป็น motivation เราสามารถเลือกทำงานว่าจะทำด้วยวิธีอะไร เมื่อไหร่ และสำคัญที่สุด ทำกับใคร

What would you do?

มี Quote อันนึงที่ผมชอบมากจนต้องเอามา Print เป็นรูปติดกำแพงไว้ที่บ้าน เพื่อไว้ใช้เตือนสติตัวเอง

นั่นก็คือ

What would you do if you were not afraid?

ถ้าจำไม่ผิดจะเป็น Quote ที่เห็นอยู่ในรายการนึง ตอนไปสัมภาษณ์ CEO ของ Dropbox ซึ่งก็มีติดไว้ที่ Office เหมือนกัน

มนุษย์เกือบทุกคนทำการตัดสินใจ โดยมีพื้นฐานมาจาก ความกลัว ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไร เพราะคนเราล้วนแสวงหาความมั่นคง ความแน่นอนให้กับชีวิต

แต่การที่จะทำอะไรโดยที่ไม่ฟังเสียงของหัวใจตัวเองเลย จะทำให้เราไม่มีความสุขกับผลลัพธ์ที่จะตามมา

Alan Watts นักเขียน นักพูดชื่อดังในช่วงปี 1950 เคยถามนักเรียนในห้องว่า โตขึ้นอยากเป็นอะไร นักเรียนก็กล้าๆ กลัวๆ ที่จะตอบ

แต่พอ Alan Watts เปลี่ยนคำถามว่า ถ้าไม่ต้องคิดถึงเรื่องเงินแล้ว อยากจะทำอะไร

คราวนี้นักเรียนก็ตอบกันออกมาอย่างมากมายว่า นักเขียน, จิตรกร, กวี, ใช้ชีวิต outdoorและขี่ม้า พร้อมกับเสริมว่า แต่ก็ไม่มีใครสามารถหาเงินจากวิธีที่ว่านี้ได้

ซึ่ง Alan Watts ก็ได้ตอบว่า การมีชีวิตที่แสนสั้นและได้อยู่กับสิ่งที่รัก ย่อมมีคุณค่ามากกว่า มีชีวิตที่ยืนยาวแต่สิ้นหวัง

การที่เราเลือกที่จะลืมเรื่องเงินไปก่อน แล้วทำในสิ่งที่รัก ทุ่มเทให้กับมัน เมื่อนั้นเรื่องผลตอบแทนต่างๆ จะเข้ามาเอง

อย่าลืมว่าสิ่งที่ Alan Watts นั้นได้พูดมา อยู่ในยุคก่อนที่จะมี internet การที่จะเลือกเดินในเส้นทางของตัวเอง มีความเสี่ยงกว่ายุคนี้มาก

ปัจจุบัน เราสามารถเห็นคนที่รักและหมกหมุ่นอยู่กับเรื่องอะไรบางอย่าง จนสร้างรายได้ได้เป็นกอปรเป็นกำ มากมายในโลกออนไลน์ เช่นการทำขนม การวาดรูป การเลี้ยงสัตว์ การอ่านสามก๊ก

เราโชคดีมากที่ได้มาอยู่ในยุคสมัยที่เปิดโอกาสให้ได้ลองผิดลองถูกแบบความเสี่ยงต่ำกว่าในยุคใดที่ผ่านมา

“ความกลัว” ที่เราเคยได้ยินได้ฟังมา อาจจะไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

What would you do?

แหล่งอ้างอิงที่มาของข้อมูล

การศึกษาข้อมูล เพื่อหาความรู้ เป็นเรื่องที่ดี

แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือการรู้จักเลือกแหล่งของข้อมูลที่เราเข้าไปค้นคว้า

การอ่าน หนังสือหรือเว็บไซต์ ควรจะอ่านหัวเรื่องเดียวกันจากหลายๆ ที่มา เพราะการจะอ้างอิงข้อมูลจากที่ๆเดียว เป็นไปได้ยาก ที่จะเป็นความจริง 100%

ผู้ชนะ เป็น ผู้เขียนประวัติศาสตร์

คำๆนี้ ยังสามารถใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย เพราะการได้เป็นผู้เขียนบันทึกประวัติศาสตร์ มันเป็นเรื่องที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนอยู่

ในเรื่องราวของ สามก๊ก เหตุการณ์เดียวกัน แต่คนที่เขียนอยู่ต่างก๊กกัน เนื้อหาก็ชี้นำออกไปคนละทิศละทาง

การใช้หลักกาลามสูตร คือ อย่าไปเชื่อเพียงเพราะมีในหนังสือ อย่าไปเชื่อเพียงเพราะคนพูดเป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือ จะทำให้เราได้รู้จักพิจารณาทุกอย่างตามเหตุและผล

สิ่งที่เป็นความเห็น อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เป็นความจริงเสมอไป
คนที่พูด อาจจะพูดความจริง แต่เรื่องที่พูด อาจจะเป็นเรื่องโกหก

เช่น เราอาจจะถูกสอนกันว่า 2+2 เท่ากับ 5 มาตลอดชีวิต แต่ถ้าเราสามารถใช้ปัญญาพิจารณาได้เอง เราจะรู้ว่าอะไรควรเชื่อ อะไรไม่ควรเชื่อ

การยึดติดกับชุดข้อมูลเก่าๆ อาจจะไม่ตอบโจทย์เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป

การศึกษาหาความรู้นั้นเป็นเรื่องดี
ส่วนการใช้ปัญญา จะทำให้ทุกความรู้ นั้นมีคุณค่า

เอาชนะความขี้เกียจ

จากประสบการณ์ หากเอาชนะตัวเอง ไม่ยอมแพ้ความขี้เกียจ ถึงแม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ

เช่น เวลาลุกขึ้นทันทีเวลาที่รู้สึกตัว หรือตื่นนอนจากนาฬิกาปลุกโดยไม่กลับมานอนต่อ

ก็ทำให้รู้สึกสดชื่น มีพลัง ไม่ง่วงงาวหาวนอน ไปทั้งวัน

ในทางกลับกันหากวันไหน ตื่นลุกขึ้นมาแล้ว แต่ไปกดปุ่ม Snooze ต่อ ถึงแม้จะได้เวลานอนเพิ่มมาอีก 10-30 นาที แต่ก็ทำให้วันนั้นรู้สึกไม่ fresh และพาลให้ขี้เกียจทำเรื่องสำคัญอื่นๆไปเลย

การฝืนกิเลสตัวเองจะช่วยให้จิตใจเรามีพลังมากขึ้น