กาลามสูตร

การเสพสื่อสมัยใหม่มีข้อดีมากประการหนึ่งคือได้เปิดโลกทัศน์ ทำให้ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ในอีกแง่มุมนึงที่ไม่เคยเจอในหนังสือเรียน

การทำตัวเป็นน้ำครึ่งแก้ว ที่พร้อมจะยอมรับฟังเรื่องใหม่ หรือเปิดใจในองค์ความรู้ที่อาจจะขัดกับสิ่งที่เคยเรียน จะช่วยเปิดโลกการเรียนรู้ของเราได้กว้าง

การปักใจเชื่อในสิ่งที่เรียนมา ปักใจเชื่อเพียงเพราะอาจารย์บอกมา ปักใจเชื่อเพียงเพราะมีเขียนในตำรา อาจจะไม่ใช่แนวทางที่จะสามารถยึดเป็นสรณะได้

ในสมัยพุทธกาล พระโคตมพุทธเจ้า ได้แสดงพระสูตรหนึ่ง ที่มีชื่อว่า กาลามสูตร (เรียกอีกอย่างว่า เกสปุตตสูตร) คือ พระสูตรที่พระโคตมพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ชาวกาลามะ หมู่บ้านเกสปุตตนิคม แคว้นโกศล กาลามสูตรเป็นหลักแห่งความเชื่อที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้ให้แก่พุทธศาสนิกชน ไม่ให้เชื่อสิ่งใด ๆ อย่างงมงายโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นจริงถึงคุณโทษหรือดีไม่ดีก่อนเชื่อ มีอยู่ 10 ประการ ได้แก่

  1. มา อนุสฺสวเนน – อย่าปลงใจเชื่อด้วยการฟังตามกันมา
  2. มา ปรมฺปราย – อย่าปลงใจเชื่อด้วยการถือสืบ ๆ กันมา
  3. มา อิติกิราย – อย่าปลงใจเชื่อด้วยการเล่าลือ
  4. มา ปิฏกสมฺปทาเนน – อย่าปลงใจเชื่อด้วยการอ้างตำราหรือคัมภีร์
  5. มา ตกฺกเหตุ – อย่าปลงใจเชื่อเพราะตรรกะ (การคิดเอาเอง)
  6. มา นยเหตุ – อย่าปลงใจเชื่อเพราะการอนุมาน (คาดคะเน)
  7. มา อาการปริวิตกฺเกน – อย่าปลงใจเชื่อด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล
  8. มา ทิฎฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา – อย่าปลงใจเชื่อเพราะเข้ากันได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้แล้ว
  9. มา ภพฺพรูปตา – อย่าปลงใจเชื่อมองเห็นรูปลักษณะน่าจะเป็นไปได้
  10. มา สมโณ โน ครูติ – อย่าปลงใจเชื่อเพราะนับถือว่าท่านสมณะนี้ เป็นครูของเรา

ทักษะที่สำคัญมากที่คนในยุคนี้ควรมี คือ การรับฟัง และใช้เหตุใช้ผล เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่ามีคุณประโยชน์จริง ถึงค่อยนำมาปฏิบัติ

เราสามารถนำกาลามสูตรมาใช้เป็นเหมือนตัวช่วย มาให้เราฉุกคิด เพื่อที่จะทำให้เราไม่พลาดตกลงไปในหลุมพลางของข้อมูลที่มีอย่างท่วมท้นในปัจจุบัน

1 thought on “กาลามสูตร”

Comments are closed.