วิธีการเลือก Domain name

วิธีการหาชื่อของธุรกิจส่วนใหญ่แล้ว จะเริ่มจากการ Brainstorm ชื่อที่ชอบ จากนั้นถึงค่อยเขยิบไปค้นหา Domain name ที่เหมาะสม ซึ่งตัวเลือกแรก ของทุกบริษัทก็คือ .com

.com (ดอทคอม) เรียกได้ว่าเป็น Extension แรกของโลก และได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง เมื่อเทียบกับพวก ดอท อื่นๆ เรียกได้ว่ากิน Market share ถึง 70% ของเว็บไซต์บนโลกนี้เลยทีเดียว

ธุรกิจ หรือ Start Up บางบริษัทอาจจะใช้เงินมากถึง 1 ล้านเหรียญ สำหรับการหาชื่อ Domain name ที่เหมาะสมกับธุรกิจ เช่น sumo.com, carrot.com เป็นต้น

ดอทคอม เป็นเหมือน Default ของ Domain name ประมาณว่าถ้าเราจำได้แต่ชื่อ Brand หรือ บริษัท เรามักจะพิมพ์ .com ต่อท้ายที่ชื่อบน Browser โดยอัตโนมัติ

หลายบริษัท อาจจะเริ่มต้นจากใช้ดอทอื่นก่อนในช่วงที่เงินทุนยังไม่เยอะ เช่น .io .co .net and etc. และทันทีธุรกิจเริ่ม funding ได้ถึงค่อยไปติดต่อขอซื้อ .com ซึ่งแบบนี้เป็นการรับประกันได้เลยว่า ต้องเจอราคาเสนอที่แพงแน่นอนเพราะ ผู้ขายจะมีอำนาจต่อรองสูงมาก

Laura Roeder ผู้ก่อตั้งบริษัท PaperBell ครั้งนึงเคยประสบปัญหาการติดต่อขอซื้อ Domain name ช่วงตอนก่อตั้งบริษัทแรกที่มีชื่อว่า MeetEdgar

MeetEdgar เป็น Platform ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับ Content Creator ในการจัดการเผยแพร่ Content ผ่าน Social Media

หลังจากที่ตั้งบริษัทได้แล้ว ในขั้นตอนการขอซื้อ Edgar.com จากเจ้าของเดิม ก็ประสบปัญหาและไม่สามารถปิด Deal ได้ Laura ก็เลยจำเป็นต้อง re-brand เว็บของบริษัทมาเป็น MeetEdgar.com แทน

ภายหลังต่อมา เมื่อจะตั้งบริษัทที่สอง Laura Roeder ได้รับบทเรียนแล้วว่า การเริ่มต้นบริษัทก่อนที่จะจด Domain name จะเจอปัญหายุ่งยาก เธอก็เลยคิดว่าคราวนี้ต้องจดชื่อพร้อม Domain name ที่เป็น .com เป็นขั้นตอนแรกเลยของการเริ่มต้นธุรกิจ

ซึ่งหลักการหาชื่อของ Laura ก็จะมีอยู่ว่า

1. ให้ตั้ง Budget ไว้เลยว่าจะจ่ายเท่าไหร่ ผมเคยฟัง podcast EP นึงของ DNW podcast เค้าว่า ค่าเฉลี่ยที่บริษัท StartUp กันไว้เพื่อจ่ายค่า Domain name จะอยู่ที่ราวๆ $2000 และนั่นก็เป็นตัวเลขเดียวกับที่ Laura ตั้งไว้

2. อย่าเพิ่งคิดเรื่องของ Brand แต่ให้มองเรื่องของ Domain name ที่เป็น .com ก่อน เพราะ แน่นอนว่าคนทุกคนมีชื่อที่ชอบอยู่ในใจอยู่แล้ว แต่มันจะไม่มีความหมายเลยถ้าคุณต้องสร้างแบรนด์ให้ดัง เพื่อให้ลูกค้าไปเข้าเว็บไซต์คนอื่น

3. เน้นใช้คำที่เรียบง่าย จำง่าย ทุกคนรู้จัก ในต่างประเทศจะมีวิธีการนึงเรียกว่า “Radio Test” หมายความว่า ถ้าได้ยินชื่อผ่านวิทยุหรือ podcast ก็จะสามารถสะกดได้ถูกต้อง เพราะฉะนั้นไม่ควรใช้คำที่สะกดแปลกๆ คำแสลง หรือคำสะกดผิด

4. อย่าเลือกใช้คำเดียว(one-word) เช่น Glasses, Shoes, Door, Window เพราะการที่จะซื้อ Domain name แบบนี้ใน budget $2000 แทบเป็นไปไม่ได้เลย และถึงจะซื้อได้ คำพวกนี้เวลาเอาไป Search ใน Google ก็แทบไม่มีโอกาสที่จะอยู่ใน Ranking ของหน้าแรกเลย

5. ใช้วิธีการ Combine หรือการผสมคำแทน แต่ต้อง Research ดูด้วยว่า คำที่ผสมออกมาไม่ได้มีความหมายในเชิงลบ และไม่ทำให้คนเข้าใจผิด ตัวอย่างของคำผสมที่ดีก็อย่างเช่น Facebook.com, Convertkit.com, RightMessage.com เป็นต้น

6. เมื่อได้ชื่อที่ต้องการแล้ว ก็ลองเอาไปค้นหาดู ถ้า .com ยังว่างก็ถือว่าโชคดีมาก แต่ถ้าชื่อนี้ถูกเอาไป Listed ใน Domain Marketplace ก็อาจจะต้องกลับมาดูว่ายังอยู่ใน Budget หรือเปล่า

อย่างกรณีของ Laura หลังจากได้ Brainstorm กลับทีมเรียบร้อยแล้วก็พบว่าคำที่เหมาะสมกับธุรกิจของตัวเองคือ PaperBell.com ซึ่งเป็นคำที่ใครเห็นก็อ่านได้ ง่ายต่อการจดจำ และที่สำคัญสามารถซื้อมาได้ด้วยราคา $1795 ซึ่งอยู่ใน Budget ที่ตั้งเอาไว้

Note: เครื่องมือตัวนึงที่ผมชอบใช้เวลาต้องการหาชื่อ Domain Name ที่เป็นคำผสม และเป็น Dictionary Word มีชื่อว่า LeanDomainSearch.com ซึ่งทุกคนสามารถค้นหาชื่อดอทคอมดีๆ ที่ยังว่างอยู่ได้ผ่านเว็บนี้เลยครับ 🙂