การจัดระเบียบชีวิต

ผมมีโอกาสได้ดู Series “Tidying up” ของ Marie Kondo อยู่ตอนหนึ่ง และมีอยู่ฉากนึงที่ชอบมาก

Mario เจ้าของบ้านหยิบตู้รับจดหมายใบเล็กขึ้นมาจากกล่องเก็บของแล้วถาม Marie ว่า

“ผมไม่แน่ใจว่าควรจะทิ้งตู้รับจดหมายใบนี้มั้ย?”

Marie ถามกลับว่า
“แล้วมันเป็นสิ่งที่ Spark Joy (ทำให้หัวใจพองโต) ของคุณรึเปล่าคะ?”

Mario ตอบ
“คำว่า Spark Joy อาจจะไม่เหมาะกับ ของชิ้นนี้ เพราะผมรู้สึกว่า เวลาที่ผมเห็นมันผมจะนึกถึง ตอนที่เราย้ายเข้ามาบ้านหลังนี้ครั้งแรก มันเป็นความรู้สึกที่ผูกพันมากกว่า”

Marie ถามต่อ
“ถ้างั้นลองเปลี่ยนคำถามเป็น – ของชิ้นนี้จะเพิ่มคุณค่าให้กับชีวิตของคุณในอนาคตหรือเปล่า”

Mario ตอบว่า
“โอ้…ถ้าเป็นคำถามนี้ ผมคิดว่า ผมคงจะปล่อยมันไปได้แล้วล่ะ”

 

ปรัชญาที่ซ่อนอยู่ในการจัดระเบียบบ้านของ Marie ก็คือการจัดระเบียบชีวิตของตัวเอง

การที่เราตกลงปลงใจว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง นั้นเป็นการที่เรายอมรับกับตัวเองเป็นนัยๆ ว่า
“ตอนนี้เรากำลังมีปัญหาอยู่” และเราต้องการจะแก้ไข

สิ่งที่สำคัญมาก และเป็นเหมือนข้อบังคับของวิธี Konmarie Method คือเราต้องเอา “ข้าวของ” ทั้งหมดออกมากองรวมกัน

เพื่อที่เราจะได้ “เห็น” สถานการณ์ทั้งหมดที่เป็นอยู่ของเราก่อน จากนั้นเราก็จะมองเห็นว่า
“อะไรคือปัญหาที่แท้จริงที่เรากำลังเผชิญอยู่”

จากนั้นก็เริ่มค่อยๆ แก้ปัญหาทีละจุด

KonMarie Method เป็นเหมือนวิธีการที่เข้ามาช่วยแก้ปมอะไรบางอย่างให้กับชีวิต

ถ้าใครได้ดูซีรี่ย์ทุกตอนจะเห็นว่า แต่ละคนเจอระดับความยากง่ายของปัญหาที่ต่างกัน แต่ไม่มีคนไหนเลยที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะทุกปัญหาล้วนแต่เป็นปัญหาทางด้านจิตใจทั้งสิ้น เช่น

-ความรู้สึกเสียดายของ
-ความรู้สึกโดนตอกย้ำ ที่ตัดสินใจผิดพลาดซื้อของชิ้นนั้นมา
-ความรู้สึกผิดถ้าจะต้องทิ้งของที่คนอื่นให้มาถึงแม้มันจะเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องการแล้วก็ตาม

ผลลัพธ์ของ “การปล่อยวาง” ในสิ่งที่เป็นเหมือนพันธนาการออกไป สิ่งที่ได้กลับคืนมาคือ “ความรู้สึกเป็นอิสระ” และ “การคลายจากความยึดติด”

ผู้ที่ปล่อยวางได้ก็จะมีความสุขเพิ่มมากขึ้น

 

ซาซากิ เจ้าของหนังสือเรื่อง “อะไรไม่จำเป็นก็ทิ้งไป” เขียนบทความนึงในหนังสือซึ่งเปรียบเทียบไว้ดีมาก ประมาณว่า

ข้าวของในบ้าน ส่งเสียงเรียกร้องถึงเราอยู่ตลอด รอวันที่เราไปหยิบไปจับมาใช้งาน เหมือนมีป้ายคำว่า “สักวัน” แปะอยู่บนของทุกชิ้น

คำว่า “สักวัน” นี้เอง คืออนาคตที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมาถึง เพราะเราก็ได้แต่บอกกับตัวเองว่า “สักวัน” คงจะได้เอามาใช้

ทันทีที่เรากำจัดของเหล่านั้นออกไป ความกังวลเกี่ยวกับอนาคตอันไม่แน่นอน ที่แฝงตัวอยู่ในคำว่า “สักวัน” ก็หายไปด้วย

สิ่งที่เหลืออยู่ก็คือ ปัจจุบัน เท่านั้น