ร้านกาแฟ

ลูกค้าเลือกที่จะซื้อสินค้าหรือบริการที่ตัวเองรู้สึกว่าคุ้ม ไม่ใช่ว่าถูกหรือแพง

เราอาจจะมีสินค้าที่มีคุณภาพดีที่สุด และขายในราคาที่เราคิดว่าสมเหตุสมผล แต่ถ้าลูกค้ารู้สึกว่าไม่คุ้มค่าที่จะจ่าย สินค้านั้นก็ขายไม่ออกอยู่ดี

ธุรกิจร้านกาแฟเป็นธุรกิจที่เรียกว่า ธุรกิจปราบเซียน ผู้เล่นที่เข้ามาเจ้าใหม่ๆมีน้อยรายมากที่จะสามารถยืนระยะได้นาน โดยเฉพาะในประเทศไทย

ถ้ามีคำถามว่า ร้านกาแฟอะไรที่เป็นที่นิยมที่สุดในไทย 3 อันดับ

คนส่วนใหญ่อาจจะให้คำตอบ 1 กับ 2 คล้ายๆ กันนั่นก็คือ Starbucks กับ Amazon ส่วนอันดับ 3 ก็จะได้รับคำตอบที่หลากหลายออกไป เพราะยังไม่มีผู้ครองตำแหน่งนี้ได้ชัดเจนเท่ากับ 2 อันดับแรก

ในฐานะคนที่ชอบเข้าร้านกาแฟ ผมมีความรู้สึกว่า Starbucks กับ Amazon ได้เข้ามา set standard อะไรบางอย่างในใจของผู้บริโภค เวลาที่เราเห็นร้าน 2 ร้านนี้ เราจะรู้สึกอุ่นใจว่าจะได้รับสินค้าและบริการ ที่ไม่ต่ำกว่าความคาดหวังเมื่อเทียบกับเงินที่จ่ายไป

เมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องเข้าร้านกาแฟแบรนด์อื่นนอกเหนือไปจาก 2 แบรนด์นี้ เวลาดูเรื่อง คุณภาพของกาแฟ วัสดุของแก้วที่ใช้ การให้บริการ ที่นั่ง และบรรยากาศในร้าน เมื่อเทียบกับราคา จะเป็นประมาณนี้

ถ้าขายในระดับราคา 100-200 บาท ควรจะดีกว่าหรือเทียบเท่ากับ Starbucks

ถ้าขายในระดับราคา 50-80 บาท ควรจะดีกว่าหรือเทียบเท่ากับ Amazon

หากร้านแบรนด์อื่นที่ทำได้ต่ำกว่ามาตราฐานนี้ ระดับความพึงพอใจก็จะลดลง และโอกาสที่จะกลับมาซื้อซ้ำก็น้อยลงด้วย

ผมมีโอกาสได้เข้าไปนั่งกินกาแฟร้านนึงในห้างแถวบ้าน ซึ่งเป็นร้าน chain เปิดใหม่และผมไม่เคยกินมาก่อน

เวลามองดูจากข้างนอกก็จะประเมินจากสายตาได้ว่าลักษณะร้านแบบนี้ ราคาน่าจะอยู่ที่ 80-100 บาท และขนมก็น่าจะอยู่ที่ 50-100

สรุปว่าราคาของกาแฟร้านนี้อยู่ที่ 160-200 บาท และขนมก็อยู่ที่ 150++

ด้วยความสงสัยก็เลยลองสั่งมาดู เพราะคิดว่าด้วยการตั้งราคาแบบนี้ ต้องมีดีที่รสชาติแน่นอน

ปรากฏว่า กาแฟรสชาติใช้ได้แต่ราคายังไม่คู่ควรที่จะจ่าย 160 บาท และขนมโดนัทที่ราคาชิ้นละ 150 บาท รสชาติยังสู้โดนัทที่ขายชิ้นละ 30 บาทไม่ได้

บรรยากาศในร้านจัด Layout ได้ค่อนข้างคับแคบ และที่นั่งก็ยังนั่งสบายน้อยกว่าร้าน Amazon เสียด้วยซ้ำ

ซึ่งก็ไม่น่าแปลกที่จำนวนของลูกค้าน้อยมากเมื่อเทียบกับร้านอื่นๆ ในห้าง เพราะผมเท่าที่ผมสังเกตดู

ร้านนี้แทบไม่มีจุดขายอะไรเลย แค่ใช้แก้วเสริฟ์ที่ดูแปลกตาแค่นั้นเอง(ซึ่งก็ไม่ใช่จุดขายเช่นกัน)

หลังจากที่ประเมินทุกอย่างแล้ว
ผมคงไม่ได้กลับมาซื้อซ้ำแน่นอน 🙁

หลายๆ ร้านที่เพิ่งเปิดใหม่ และมีลูกค้าเข้ามาต่อเนื่อง ควรจะสังเกตว่าที่เรายังขายได้อยู่เพราะลูกค้าชอบร้านเรา หรือเพียงเพราะแบรนด์ 2 เจ้าใหญ่ยังไม่ได้มาเปิดใกล้ๆ กันแน่

เราจะวาง position ตัวเองแบบไหน target คนกลุ่มใด ตั้งราคาเท่าไหร่ ก็ย่อมได้ แต่อย่าลืมว่า ถ้าคุณไม่สามารถไปสร้างความรู้สึกคุ้มค่าในใจลูกค้าได้ ก็ยากที่จะมีที่ยืนในธุกิจที่มีการแข่งขันสูงแบบนี้