บริบท

เวลาที่เราจะรับเอาคำแนะนำสั่งสอนอะไรมาปรับใช้ควรจะเข้าใจบริบทของถ้อยคำเหล่านั้นด้วยเช่น

คำว่า “ลูกค้าคือพระเจ้า” อันคือ ข้อความไว้ให้เตือนใจ ผู้ให้บริการ เจ้าของกิจการร้านค้าที่มีลูกค้า เพื่อใช้บอกกับตัวเองว่า ควรจะปฏิบัติลูกค้าให้ดีที่สุด ไม่ใช่เอามาไว้ให้ฝ่ายลูกค้าทำตัวเป็นพระเจ้า

คำว่า “พ่อแม่คือพระในบ้าน” หมายถึงให้ลูกปฏิบัติกับพ่อแม่ประหนึ่งว่าเป็นพระผู้ทรงศีลต้องให้ความเคารพ ทำดีก็เป็นศิริมงคล แต่ไม่ได้หมายถึงให้พ่อกับแม่ทำตัวเป็นพระ มาเทศนาธรรมะใส่ลูก (แต่ถ้าทำได้ก็คงไม่ผิดอะไร)

คำว่า “ผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อน” มีเอาไว้ให้เด็ก หรือคนหนุ่มสาว เตือนตัวเองว่าให้ฟังคำเตือนผู้ใหญ่ไว้บ้าง ไม่ได้มีเอาไว้ให้ผู้ใหญ่เอาคำนี้มาใช้เบ่งกับเด็ก

กินให้ช้าลง

การใช้ชีวิตที่เร่งรีบเกินไปนั้น ส่งผลต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด

อย่างเวลากินข้าว จากที่สมัยก่อนเราจะพิถีพิถันในการกินมากกว่านี้

มาเดี๋ยวนี้เรากับชอบการกินที่เร่งด่วนมากขึ้น ทำให้อาหารพวก Fast Food ซึ่งเป็นอาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายเลย กลายมาเป็นตัวเลือกยอดนิยมของเรา

แถมเวลากิน เราก็ชอบ Multitasking ไปด้วยคือ คุยโทรศัพท์ อ่านไลน์ ตามข่าวใน Feed จนเผลอลืมเคี้ยวบ้าง กินเร็วเกินไปโดยที่ไม่รู้ตัวบ้าง

การกินให้ช้าลง เป็นวิธีนึงที่จะช่วยทำให้เราสุขภาพดีขึ้น โดย

ช่วยให้น้ำหนักลดลง ในการกินแต่ละครั้งสมองจะตอบสนองว่าเราอิ่มหลังจากกินประมาณ 20 นาที เวลาเราค่อยๆ กิน จังหวะของเราจะสอดคล้องกับการทำงานของสมองมากขึ้น ทำให้เราไม่ต้องกินอาหารเกินความต้องการ ส่งผลให้แต่ละมื้อเราจะได้รับแคลอรี่น้อยลง

ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น เรากินแต่ละคำเล็กลง และจะเคี้ยวอาหารได้ละเอียดมากขึ้น (ปกติเราควรจะต้องเคี้ยวให้ได้ประมาณ 25-30 ครั้งต้อง 1 คำที่กิน) ซึ่งจะลดภาระการทำงานของระบบย่อยอาหาร ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จากการที่อาหารย่อยได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

ช่วยลดความเครียด การโฟกัสอยู่กับการกิน ไม่ทำอย่างอื่นไปพร้อมๆ กันเป็นการฝึกสติ ให้อยู่กับตัวเองมากขึ้น

กฎของการอยู่ร่วมกัน

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม หมายถึงต้องอยู่รวมกัน พึงพาอาศัยกัน แต่การที่มีคน ที่มีความแตกต่างกันทั้งความคิด และความต้องการ

เราจึงต้องหาวิธีการที่ดีที่สุด เป็นแนวทางที่จะอยู่รวมกันแบบสันติสุข

การที่จะอยู่ด้วยกันแบบสันติสุข เราจึงจำเป็นต้องมีการเมืองที่ดี

การเมืองที่ดีคือการใช้กฎหมายปกครอง โดยที่คนทุกคนมีส่วนร่วมในการคิด และออกแบบ เพราะทุกคนมีสิทธิ์มีเสียงเท่ากัน

แต่กฎของการอยู่ร่วมกัน ต้องตอบโจทย์ และสอดคล้องกับยุคสมัย

หากวันนึงประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีความสุขกับกฎที่มีอยู่

เราต้องเลือกเปลี่ยนกฎ ไม่ใช่เปลี่ยนความคิดประชาชน

แหล่งอ้างอิงที่มาของข้อมูล

การศึกษาข้อมูล เพื่อหาความรู้ เป็นเรื่องที่ดี

แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือการรู้จักเลือกแหล่งของข้อมูลที่เราเข้าไปค้นคว้า

การอ่าน หนังสือหรือเว็บไซต์ ควรจะอ่านหัวเรื่องเดียวกันจากหลายๆ ที่มา เพราะการจะอ้างอิงข้อมูลจากที่ๆเดียว เป็นไปได้ยาก ที่จะเป็นความจริง 100%

ผู้ชนะ เป็น ผู้เขียนประวัติศาสตร์

คำๆนี้ ยังสามารถใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย เพราะการได้เป็นผู้เขียนบันทึกประวัติศาสตร์ มันเป็นเรื่องที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนอยู่

ในเรื่องราวของ สามก๊ก เหตุการณ์เดียวกัน แต่คนที่เขียนอยู่ต่างก๊กกัน เนื้อหาก็ชี้นำออกไปคนละทิศละทาง

การใช้หลักกาลามสูตร คือ อย่าไปเชื่อเพียงเพราะมีในหนังสือ อย่าไปเชื่อเพียงเพราะคนพูดเป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือ จะทำให้เราได้รู้จักพิจารณาทุกอย่างตามเหตุและผล

สิ่งที่เป็นความเห็น อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เป็นความจริงเสมอไป
คนที่พูด อาจจะพูดความจริง แต่เรื่องที่พูด อาจจะเป็นเรื่องโกหก

เช่น เราอาจจะถูกสอนกันว่า 2+2 เท่ากับ 5 มาตลอดชีวิต แต่ถ้าเราสามารถใช้ปัญญาพิจารณาได้เอง เราจะรู้ว่าอะไรควรเชื่อ อะไรไม่ควรเชื่อ

การยึดติดกับชุดข้อมูลเก่าๆ อาจจะไม่ตอบโจทย์เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป

การศึกษาหาความรู้นั้นเป็นเรื่องดี
ส่วนการใช้ปัญญา จะทำให้ทุกความรู้ นั้นมีคุณค่า

เอาชนะความขี้เกียจ

จากประสบการณ์ หากเอาชนะตัวเอง ไม่ยอมแพ้ความขี้เกียจ ถึงแม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ

เช่น เวลาลุกขึ้นทันทีเวลาที่รู้สึกตัว หรือตื่นนอนจากนาฬิกาปลุกโดยไม่กลับมานอนต่อ

ก็ทำให้รู้สึกสดชื่น มีพลัง ไม่ง่วงงาวหาวนอน ไปทั้งวัน

ในทางกลับกันหากวันไหน ตื่นลุกขึ้นมาแล้ว แต่ไปกดปุ่ม Snooze ต่อ ถึงแม้จะได้เวลานอนเพิ่มมาอีก 10-30 นาที แต่ก็ทำให้วันนั้นรู้สึกไม่ fresh และพาลให้ขี้เกียจทำเรื่องสำคัญอื่นๆไปเลย

การฝืนกิเลสตัวเองจะช่วยให้จิตใจเรามีพลังมากขึ้น