Finite กับ Infinite mindset

การแข่งขันแบบ Finite Game คือ เกมการเล่นที่ผู้เล่นตั้งแต่ 2 ฝ่ายตกลงยอมรับกติกาเดียวกัน ในช่วงเวลาที่กำหนด ยกตัวอย่างเช่น ฟุตบอล การแข่งขันหมากรุก เกมส์เหล่านี้เมื่อเล่นจบ เราจะรู้ตัวผู้ชนะ และผู้แพ้

แต่จะมีการแข่งขันอีกประเภทที่เรียกกว่า Infinite Game เป็นเกมที่ไม่ได้ระบุจำนวนผู้เล่นที่ชัดเจน ไม่ได้มีการตกลงกติกา ไม่มีการกำหนดเวลา เกมแบบนี้เป็นเกมที่ไม่วันจบ ผู้ที่แพ้ คือผู้ที่ออกจากเกมไปเอง ตัวอย่างเช่น เกมการทำธุรกิจ เกมการลงทุน และเกมการใช้ชีวิต

เราทุกคนรู้ว่า ทุกธุรกิจมีการแข่งขัน แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ใครคือผู้ชนะ? หากผู้ที่อยู่ในเกมไม่ได้มีการตกลงกติกา และช่วงเวลาในการแข่งขัน แต่การจะบอกว่าใครคือผู้แพ้ อันนี้ง่าย ก็คนที่ขาดทุน และต้องออกจากธุรกิจไปนั่นเอง

ในการใช้ชีวิตก็เหมือนกัน เราพยายามเปรียบเทียบ แข่งขันกับคนอื่น ทั้งในเรื่อง งาน ฐานะ และครอบครัว
เราจะเป็นผู้ชนะในเกมได้อย่างไร ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้ยอมรับว่าแพ้ และที่จริงแล้ว ไม่ได้ยอมรับว่ามีการแข่งขันตั้งแต่ต้นด้วยซ้ำ

Simon Sinek นักพูด และผู้เขียนหนังสือ The Infinite Game ได้กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการเล่นเกมประเภท Infinite คือ To Stay in the Game

หมายความว่า ถึงแม้คุณอาจจะหาตัวผู้ชนะไม่ได้ แต่คุณจะไม่แพ้ ถ้าตัวคุณไม่ได้เลิกเล่นไปเอง ซะก่อน

ในแง่ของการทำธุรกิจ

ผู้บริหารที่มี Mindset ของผู้เล่นแบบ Finite Game จะตัดสินเพื่อผลลัพธ์ระยะสั้น เช่น การตัดราคาเพื่อเร่งยอดขาย ตัดงบการตลาดที่จำเป็น และ Layoff พนักงาน เพียงเพื่อให้ภาพตัวเลขของบริษัท(ในบรรทัดสุดท้ายของงบการเงิน)ออกมาดูดีในช่วงไตรมาส ช่วงครึ่งปี หรือเพียงแค่ช่วงเวลาที่ตัวเองบริหารอยู่ สุดท้ายจะนำมาซึ่งปัญหาในระยะยาว

ผู้บริหารที่มี Infinite Mindset จะมอง Long term และให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในการทำธุรกิจ มากกว่าตัวเลขในระยะสั้น แน่นอนว่า ตัวเลขผลประกอบของบริษัทอาจดูไม่หวือหวาในช่วงต้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป บริษัทประเภทแบบนี้จะมีผลกำไรที่มากกว่าผลกำไรเฉลี่ยของอุตสาหกรรม มีลูกค้าและพนักงานที่มี Loyalty กับบริษัทมากกว่า