ความจริงที่เจ็บปวด

ในหนังสือ Principles ของ Ray Dalio จะมีการพูดถึงเรื่อง “ความจริง(อันเจ็บปวด)” ไว้ว่า

เราทุกคนบนโลกนี้ จะมีชุดความจริงของตัวเองอยู่ชุดนึง ซึ่งในบริบทของหนังสือจะพูดถึง ความจริงที่ทำร้ายความรู้สึกของเรา ความจริงที่เราไม่อยากจะนึกถึง ความจริงที่เราปรารถนาไม่อยากให้มันเกิดขึ้น

ตัว Ray Dalio แนะนำให้มองความจริงเหล่านั้นเป็นเหมือน Puzzle และเป็นเหมือนโจทย์ที่เราควรจะพินิจวิเคราะห์ว่า เพราะอะไรเราถึงรู้สึกแย่ อะไรเป็นสิ่งที่เราทำผิดพลาดไป และทำยังไงเราจะป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นมาอีก

ในชีวิตเราจะมีโจทย์ที่ต้องคิดต้องแก้แบบนี้ไปตลอด หากเราสามารถวินิจฉัยไปถึง แก่นของปัญหา และตีโจทย์ให้แตกได้ สิ่งที่ได้มาจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เราก้าวข้ามความผิดพลาดแบบเดิม เพื่อไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้นได้

เมื่อฟังถึงตรงนี้แล้ว ทำให้ผมนึกถึงประโยคในหนังสือ “คิดแบบยิว ทำแบบญี่ปุ่น” ที่เขียนโดย ฮอนดะ เคน ขึ้นมา ซึ่งมีใจความว่า

“เรื่องที่ยากที่สุดในชีวิตคืออะไร?”

เขาก็ยิ้มและตอบกลับมาอย่างชัดเจนว่า

“มันคือการยอมรับอดีตไงล่ะ…ยอมรับอดีตอย่างที่มันเป็น
แล้วให้อภัยต่อทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นตัวเอง คนรอบข้าง สังคม
หรือประวัติศาสตร์ เพราะทุกคนได้พยายามในแบบของตัวเอง
อย่างสุดความสามารถแล้ว และ…นั่นก็ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับ ทุกคนแล้ว”

การยอมรับความจริงที่แสนเจ็บปวดนั้นเป็นเรื่องยาก แต่การพยายามจะลืมโดยปฏิเสธการยอมรับนั้น…ยากกว่า

ไอเดียจาก Walden (Readery ep.85)

เมื่อสัก 2 อาทิตย์ก่อน ผมได้ฟัง Readery Podcast ที่พูดเกี่ยวกับหนังสือที่มีชื่อว่า Walden เขียนโดยนักเขียนชื่อว่า Henry David Thoreau

โดยส่วนตัวแล้วผมยังไม่มีโอกาสได้อ่านเล่มนี้ เพราะยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่ซื้อมาแล้วแต่ยังอ่านไม่หมด แต่คิดว่า Walden ก็น่าจะเป็น next reads อันนึงแน่นอน

มี 2 ไอเดียในหนังสือที่พี่โจ้ พี่เนท เอาแชร์ให้ฟังแล้วรู้สึกชอบมากก็คือ

เรื่องที่ Thoreau พูดว่า

“จงใส่เสื้อเก่าไปทำงาน” เพราะงานที่สำคัญ งานที่ต้องทำเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต ไม่มีความจำเป็นใดๆที่ต้องซื้อเสื้อใหม่  

และ

“ให้ระวัง ต้องไปงานใดก็ตาม ที่ทำให้คุณต้องซื้อเสื้อตัวใหม่” เพราะงานนั้นจะเป็นงานที่ไร้สาระ และไม่มีความจำเป็นในชีวิตคุณ

ซึ่งถ้าลองมาคิดถึงคำพูดนี้ กับชีวิตตัวเองดูจริงๆ แล้ว ก็คงเป็นจริงอย่างที่ Thoreau ว่า

ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ที่ต้องพบปะผู้คนมากมาย งานเหล่านี้มักจะเป็นตัวการที่กระตุ้นให้คนอยากซื้อเสื้อใหม่ เพราะคิดว่าคนอื่นมองเรา สนใจเรา ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว พอถึงในงานจริงก็ไม่ได้มีใครมานั่งสนใจเรื่องพวกนี้เลย (และถ้าคิดดูดีๆ หลังจากผ่านงานพวกนี้ไปแล้ว ตัวเราเองยังจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเราใส่ชุดไหน แต่งตัวยังไง นับภาษาอะไรที่คนอื่นต้องมานั่งจำ)

เปลือกนอกพวกนี้ ไม่ว่าจะเป็นคำชม คำนินทา ความคิดเห็นของคนอื่นมันไม่ได้มีความหมายกับแก่นสารของชีวิตเราเลย

อีกไอเดียนึงที่ชอบก็คือ “การเดินทางด้วยเท้าจะไปได้เร็วที่สุด” ซึ่งคนส่วนใหญ่อาจจะมีคำถามว่า ถ้าไปด้วยพาหนะอย่างอื่นมันเร็วกว่าไม่ใช่หรือ?

พี่โจ้อธิบายสั้นๆ โดยยกตัวอย่างว่า สมมติว่าเราจะไปเชียงใหม่ แน่นอนว่านั่งเครื่องบินไปได้เร็วกว่า แต่วันที่เราตัดสินใจว่าจะไป ถ้าเราเดิน เราสามารถออกเดินไปได้ในนาทีนั้นเลย

หากเราเลือกที่จะไปด้วยเครื่องบิน เราต้องไปสมัครงาน ไปหาเงินมาซื้อตั๋วเครื่องบินก่อน ซึ่งในบริบทนี้การเดินย่อมถึงก่อนแน่นอน

นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลายๆ ไอเดียที่อยู่ใน ep.85 นี้ อยากให้ลองไปฟังกันดูครับ 🙂