Life Coach จำเป็นจริงหรือ?

2 สิ่งที่สร้างคุณค่า ให้กับคนที่จะเป็น Life Coach ได้ก็คือ
1. ประสบการณ์ชีวิต
2. สิ่งที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์นั้น

ส่วนตัวแล้ว ผมไม่ชอบคำว่า Life Coach แต่ชอบคำว่า Mentor มากกว่า
Mentor คือ เพื่อนที่ดี ที่ปรึกษา และผู้ชี้ทางสว่างให้กับเรา
Mentor คือ ผู้ที่ให้ความเห็นที่สองรองจากตัวเราเอง
Mentor คือ กัลยาณมิตร
Mentor ที่แท้จริง ซื้อไม่ได้ด้วยเงิน

เวลาที่เรามี ปัญหา เราต้องการคำปรึกษาจากคนที่เคยผ่านจุดนั้นมาก่อน
มี Life Coach น้อยคนนัก ที่จะผ่านประสบการณ์เดียวกันกับที่เราเจอ

ปัญหา คือ สิ่งที่กั้นอยู่ระหว่าง “ตัวคุณ” กับ “สิ่งที่คุณต้องการ”
คนแต่ละคนย่อมมีปัญหาที่แตกต่างกันไป และไม่มีใครรู้ดีไปมากกว่าตัวเราเอง

หลายๆครั้ง เรามีคำตอบอยู่ในใจแล้ว แต่ เราแค่ต้องการบางคนที่เห็นด้วย
หลายๆครั้ง เราต้องการคนที่นั่งรับฟัง และให้กำลังใจ

ไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่ต้องเสียเงินจ้าง Life Coach เพื่อมาบอกคุณว่า
“คุณต้องการอะไร” หรือ “คุณต้องทำยังไง”

บทสรุป ของคอร์สพัฒนาตัวเองทุกคอร์ส ของหนังสือพัฒนาตัวเองทุกเล่ม

จะไม่มีคำตอบใดที่แปลกไปจากคำว่า
“ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” เสมอ

Steve Jobs เคยให้สัมภาษณ์ว่า คุณไม่จำเป็นต้องบอกให้คนๆนึงต้องทำอะไร เพราะถ้าเค้ารู้ตัวว่าอยากได้อะไร และอยากได้มันมากพอ เค้าจะหาวิธีการที่จะได้มันมาเอง

Finite กับ Infinite mindset

การแข่งขันแบบ Finite Game คือ เกมการเล่นที่ผู้เล่นตั้งแต่ 2 ฝ่ายตกลงยอมรับกติกาเดียวกัน ในช่วงเวลาที่กำหนด ยกตัวอย่างเช่น ฟุตบอล การแข่งขันหมากรุก เกมส์เหล่านี้เมื่อเล่นจบ เราจะรู้ตัวผู้ชนะ และผู้แพ้

แต่จะมีการแข่งขันอีกประเภทที่เรียกกว่า Infinite Game เป็นเกมที่ไม่ได้ระบุจำนวนผู้เล่นที่ชัดเจน ไม่ได้มีการตกลงกติกา ไม่มีการกำหนดเวลา เกมแบบนี้เป็นเกมที่ไม่วันจบ ผู้ที่แพ้ คือผู้ที่ออกจากเกมไปเอง ตัวอย่างเช่น เกมการทำธุรกิจ เกมการลงทุน และเกมการใช้ชีวิต

เราทุกคนรู้ว่า ทุกธุรกิจมีการแข่งขัน แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ใครคือผู้ชนะ? หากผู้ที่อยู่ในเกมไม่ได้มีการตกลงกติกา และช่วงเวลาในการแข่งขัน แต่การจะบอกว่าใครคือผู้แพ้ อันนี้ง่าย ก็คนที่ขาดทุน และต้องออกจากธุรกิจไปนั่นเอง

ในการใช้ชีวิตก็เหมือนกัน เราพยายามเปรียบเทียบ แข่งขันกับคนอื่น ทั้งในเรื่อง งาน ฐานะ และครอบครัว
เราจะเป็นผู้ชนะในเกมได้อย่างไร ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้ยอมรับว่าแพ้ และที่จริงแล้ว ไม่ได้ยอมรับว่ามีการแข่งขันตั้งแต่ต้นด้วยซ้ำ

Simon Sinek นักพูด และผู้เขียนหนังสือ The Infinite Game ได้กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการเล่นเกมประเภท Infinite คือ To Stay in the Game

หมายความว่า ถึงแม้คุณอาจจะหาตัวผู้ชนะไม่ได้ แต่คุณจะไม่แพ้ ถ้าตัวคุณไม่ได้เลิกเล่นไปเอง ซะก่อน

ในแง่ของการทำธุรกิจ

ผู้บริหารที่มี Mindset ของผู้เล่นแบบ Finite Game จะตัดสินเพื่อผลลัพธ์ระยะสั้น เช่น การตัดราคาเพื่อเร่งยอดขาย ตัดงบการตลาดที่จำเป็น และ Layoff พนักงาน เพียงเพื่อให้ภาพตัวเลขของบริษัท(ในบรรทัดสุดท้ายของงบการเงิน)ออกมาดูดีในช่วงไตรมาส ช่วงครึ่งปี หรือเพียงแค่ช่วงเวลาที่ตัวเองบริหารอยู่ สุดท้ายจะนำมาซึ่งปัญหาในระยะยาว

ผู้บริหารที่มี Infinite Mindset จะมอง Long term และให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในการทำธุรกิจ มากกว่าตัวเลขในระยะสั้น แน่นอนว่า ตัวเลขผลประกอบของบริษัทอาจดูไม่หวือหวาในช่วงต้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป บริษัทประเภทแบบนี้จะมีผลกำไรที่มากกว่าผลกำไรเฉลี่ยของอุตสาหกรรม มีลูกค้าและพนักงานที่มี Loyalty กับบริษัทมากกว่า

คุณจะเป็นอย่างที่คุณเชื่อ

สิ่งที่คุณบอกกับคนอื่น อาจจะไม่ได้เป็นสิ่งเดียวกัน กับสิ่งที่คุณบอกตัวเอง

“ฉันเป็นคนหัวไม่ค่อยดี”
“ฉันเป็นคนไม่เก่งเลข”
“ฉันเป็นคนไม่เก่งภาษาอังกฤษ”

บางครั้งคุณอาจจะพูดออกไปเพื่อเป็นการถ่อมตน
บางครั้งคุณพูดออกไปเพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์บางอย่าง

พอพูดบ่อยเข้า มากเข้า
สุดท้ายกลายเป็นว่า
คนที่เชื่อคำพูดเหล่านั้นคนแรกคือ “ตัวคุณเอง” และ
คุณได้รับเอาข้อจำกัดเหล่านั้นมาเป็นของตัวเองโดยไม่ได้ตั้งใจ

“A negative mind will never give you a positive life.”
-unknown

หัวใจหลักของการทำ Content Marketing

ความหมายของการทำ Content Marketing คือ

“การสร้างเนื้อหา ที่เกี่ยวข้อง มีคุณค่า น่าสนใจ สู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ เพื่อสร้างโอกาสการขายในอนาคต”

หรือถ้าจะพูดให้กระชับขึ้นคือ “การสร้างฐานลูกค้าจากเนื้อหาที่มีคุณค่า” นั่นเอง

การทำ Content Marketing เป็นวิธีทำการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะตอบโจทย์ 3 เรื่องใหญ่ๆ ที่ทุกธุรกิจต้องการคือ

1.Attention (การสร้างความสนใจ) – ทำให้สินค้า หรือบริการของเรายืนเด่นเหนือคู่แข่งขัน ท่ามกลางกระแสข้อมูลที่มากล้น คนแย่งกันลงโฆษณา แย่งกันพูด เหมือนคนตะโกนแข่งกัน ยิ่งเนื้อหาของเราสื่อสารได้น่าสนใจ และแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากเท่าไหร่ ลูกค้าก็ยิ่งให้ความสนใจมากขึ้นเท่านั้น

2.Trust (การสร้างความไว้ใจ) – ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่ง หรือมีจุดร่วมกับแบรนด์  เพราะการส่งมอบเนื้อหาที่มีประโยชน์ อย่างต่อเนื่อง และยาวนานพอ จะสร้างความคุ้นเคย และความเชื่อใจให้กับลูกค้า

3.Connection (การสร้างความเชื่อมใจ) – เมื่อลูกค้าให้ความสนใจ และมีความเชื่อใจในแบรนด์ ก็จะเริ่มมีการสื่อสารโต้ตอบกันมากขึ้น เป็นการเปิดโอกาสให้บริษัทได้นำเสนอสินค้า และบริการต่อไป

10 ทักษะสำคัญที่ควรมี(เพิ่มเติม)ในยุคนี้

เราทุกคนล้วนมีความสามารถเฉพาะตัว หรือมีทักษะหลักที่ใช้ประกอบอาชีพกันอยู่แล้ว
แต่ทักษะต่อไปนี้ เป็นสิ่งที่เราควรจะมีติดตัวไว้บ้าง

1.ทักษะในการเขียนให้กระชับ ได้ใจความสำคัญ
ในระบบการศึกษา สอนให้เราเขียนด้วยคำที่สละสลวย ประดิษฐ์ประดอย
แต่ในชีวิตจริง เราต้องเขียนให้ง่ายเข้าใจง่าย และตรงประเด็น

2.ทักษะด้านการโน้มน้าวคน
รวมไปถึงการขาย และการตลาด ก่อนที่เราจะบอกกับโลกว่าเรามีอะไรดี
เราต้องได้รับความสนใจเสียก่อน การโน้มน้าวคนอย่างมีศิลปะ จะช่วยลดแรงปะทะ
แรงต่อต้าน และเข้าสู่การสร้างความสัมพันธ์อย่างเป็นธรรมชาติ

3.ทักษะความรู้เรื่องภาษี
เป็นเรื่องที่ดูน่าปวดหัวในตอนแรก แต่ถ้าศึกษาดีๆ เราสามารถนำความรู้มาใช้ประโยชน์
ทั้งเรื่องการทำธุรกิจ และการลดค่าใช้จ่ายได้

4.ทักษะความเรื่องกฎหมายธุรกิจ
ความรู้ด้านนี้เป็นเหมือนตัวช่วยให้เราตัดสินใจในการทำธุรกิจ การขยายธุรกิจ
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดการถูกเอาเปรียบในการทำธุรกิจ

5.ทักษะการเสี่ยงและจำกัดความเสี่ยง
การลงเล่นในเกมส์ที่เรามีโอกาสน้อยที่จะชนะ เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง แต่เมื่อถึงเวลาต้องเสี่ยง
ต้องมีแผนในการลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นด้วย

6.ทักษะความรู้ด้านประกันภัย
มีคนมากมายเวลาทำประกัน ไม่ได้ศึกษาหนังสือสัญญาให้รอบครอบ ทำให้ได้ประโยชน์จากการ
ทำประกันได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย หรือบางครั้งทำประกันซ้ำซ้อน ทำให้เสียเงินโดยใช่เหตุ

7.ทักษะความรู้ด้านจิตวิทยา
มนุษย์เป็นสัตว์สังคม การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันต้องใช้ความเข้าใจกัน การเรียนรู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุ
และเป็นตัวกระตุ้นต่อการทำพฤติกรรมต่างๆของคน จะทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้น

8.ทักษะความด้านการใช้ excel และ spreadsheet
การเก็บข้อมูลต่างๆ อย่างเป็นระบบ จะทำให้ง่ายต่อการจัดระเบียบ ติดตาม และตรวจสอบ
เช่นการนำมาใช้บันทึกบัญชีครัวเรือน หรือจัดเก็บข้อมูลด้านการลงทุน

9.ทักษะการอ่านงบดุล และบัญชีกำไรขาดทุน
นอกเหนือจากการลงทุนในหุ้นแล้ว การตรวจสอบงบดุลส่วนตัวก็เป็นมีความสำคัญ มีหลายคนไม่รู้ว่า
อะไรคือทรัพย์สิน อะไรคือหนี้สิน วิธีดูง่ายๆ ทรัพย์สินจะพารายได้เข้ากระเป๋าให้เรา ส่วนหนี้สินจะพาเงิน
ออกจากกระเป๋าของเรา

10.ทักษะการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์
รู้จักการใช้ประโยชน์จาก Social Media, Website และ Blog ในยุคนี้ถ้าธุรกิจที่เราทำอยู่ไม่สามารถถูกค้นหา
ได้โดยอินเตอร์เน็ต ก็เปรียบเหมือนเราไม่มีตัวตน แต่ทั้งนี้เราต้องเข้าใจบริบทของแต่ละ Platform ด้วย
การสร้างแบรนด์เป็นเรื่อง Long term ไม่ใช่การ Spam และดึงความสนใจของคนแบบฉาบฉวย